มาว่าเรื่อง Trading Plan กันหน่อย (3)
ปัญหาของนักลงทุนที่ไม่สามารถ let profit run ได้ก็เนื่องจากความกลัว กลัวว่าหุ้นจะตก แล้วกลับมาขาดทุนอีกรอบ สู้ปิดแบบกำไรดีกว่า ถ้าถามผมว่าผิดไหม ผมก็บอกว่าไม่ผิด บางสภาวะตลาด sideway หรือไม่มีเทรน (no trend) ก็ควรใช้กลยุทธ์นี้ แต่ถ้าตลาดมีเทรนแรงๆ ก็ควรจะปล่อยให้กำไรไปเรื่อยๆ
เทคนิคการ Trading มีวีธีที่ Let profit run และรักษากำไร (protect profit) ไปพร้อมๆกัน โดยใช้หลักการ Trailing Exits บางที่ก็อาจเรียกว่า Trailing Stop ความหมายเหมือนกัน คือจุดออกที่ปรับเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ ถ้าราคาขึ้นไป จุดนี้ก็ขยับขึ้นไป แต่ถ้าลงมา จุดนี้ก็จะอยู่เฉยๆ ถ้าราคาปิดต่ำกว่าจุดดังกล่าวก็ปิด (Exit) เรียกว่าเป็นจุดรักษากำไรไว้ระดับหนึ่ง และ Let profit run ไปพร้อมๆกัน คราวนี้มาดูวีธีการตั้งจุด Trailing Exits กัน โดยส่วนใหญ่จะใช้อยู่ 3 แบบ
1. Percentage Retracement วิธีนี้จะเอาราคา High ของเมื่อวาน หรือ Previous Bar มาคำนวณหาจุด Trailing Exits โดยกำหนดการย่อตัวประมาณ 20-50% ยกตัวอย่าง
PTTEP ราคาที่เราซื้อที่ 134 บาท สมมติว่า High เมื่อวานราคาที่ 150 บาท และราคาปัจจุบันอยู่ที่ 154 บาท
ดังนั้น จุด Exit = 154 – (50 %*( High – Entry))
= 154 – (50 %*( 150-134))
= 154 – (50%*16)
= 146
2. Volatility การแกว่งของราคา โดยใช้สัญญาณอินดิเคเตอร์ Average True Range (ATR) โดยนำค่าดังกล่าวไปลบกับค่าสูงสุดตั้งแต่ที่เข้าซื้อ ถ้าราคาทำจุดสูงสุดใหม่ จุด Exit ก็จะขยับเพิ่มขึ้น
3. Technical เหมาะสำหรับคนที่ใช้เทคนิคอลในการวิเคราะห์ โดยทั่วไปจะใช้เส้น Moving Average 25-50 วัน ขึ้นอยู่กับนักลงทุนและรูปแบบกราฟของหุ้นแต่ละตัวด้วยครับ
ในส่วนของ Let profit run และการกำหนดจุด Exits ก็ขอพอแค่นี้นะครับ วันพรุ่งนี้จะมาพูดเรื่อง Position Sizing ที่หลายๆคนมองข้าม ไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่ (ยังอยู่ในหัวข้อ Money Management )
Mr. ONE

I have a preference for using computerized systems myself, but I can unquestionably understand the points you’re espousing above. You have more background and better insights than the majority of those who are writing about trading on the net. Thank you for the very nice post.