ภาพรวมตลาดหุ้นไทย (07/3/2010)

ช่วงนี้ ผมงานเข้า เป็นธรรมดาช่วงต้นปี ที่ผลประกอบการประจำปี เริ่มประกาศออกมา หน้าที่ผมก็ต้องนำงบการเงิน มานั่ง งัด แงะ แกะ แบบงูๆปลาๆ ออกมาดูว่าบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร บางบริษัทเป็นบริษัทที่ดีและเก่ง แต่ราคาขึ้นมาสูง แต่บางบริษัทราคายังนิ่งๆ ทั้งที่ผลประกอบการออกมาดี และยังมีเงินปันผลให้นักลงทุนปีละไม่ต่ำกว่า 10% อีก มากลับเข้าเรื่องภาพรวมตลาดหุ้นไทย เริ่มแรกเรามาดูสรุปการซื้อขาย ว่ามีนักลงทุนประเภทไหนซื้อหรือขายสุทธิ เท่าไหร่

ดูแล้วก็อิ่มเอมใจ ต่างชาติยังรักเมืองไทยเสียเหลือเกิน ซื้อได้ซื้อดี ไม่ท้อเลย ผิดกับนักลงทุนไทย เดี๋ยวไปดูกราฟรายวันกันก่อนนะครับ

จากกระทู้ที่แล้ว http://www.investment.in.th/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-2722010.html ผมคาดว่าราคายังมีโอกาสขึ้นไปได้ ยังมี Gap ให้เล่น และราคาก็วิ่งขึ้นมา ถึงตอนนี้ ถ้าใครยังมีหุ้นอยู่ ผมแนะนำให้ทะยอยขายลดพอร์ตได้เลยครับ คงถือไว้ไม่เกิน 50% เพราะถ้าราคาวิ่งขึ้นไป ท่านก็ยังมีหุ้นเหลืออยู่ในพอร์ต แต่หากราคาไหลลงต่อ ท่านก็อาจจะปิดที่เหลือทั้งหมด แต่ก็ยังได้กำไรพอสมควร เพราะได้ทะยอยขายลดพอร์ตไปบ้างแล้ว ทำไม ถึงแนะนำให้ขายลดพอร์ต เห็นค่า RSI ไหมครับ มันหักหัวลง พร้อมกับ ค่า DI- (เส้นสีแดง) หักขึ้น [...]

GT200 กับ Technical Analysis

โดยปกติทุกวัน ผมจะอ่านข่าวจาก www.manager.co.th  ได้อ่านหัวข้อข่าว “เผยภาพเอกซเรย์ จีที 200 กลวงเห็นๆ”  ก็ถึงกับอึ้ง กิม กี่ ไปพักใหญ่ ใครยังไม่ได้อ่าน ลองเข้าไปอ่านได้ครับ ที่ link http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000028056 

ประเด็นที่ผมจะขอพูดในวันนี้ ดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่จริงๆแล้วอาจเหมือนกันเลยก็ได้ ถ้าท่านคิดถึงหัวอกทหาร ที่ยังไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว ทหารก็ยังมั่นใจใช้เครื่อง GT200  แม้จากการทดสอบจะถูก 4 ครั้ง จาก 20 ครั้ง (ความน่าจะเป็น 20%) เพราะฟังดูจากข่าว เหมือนกับเค้าไม่มีอะไรจะยึดหรือเป็นเครื่องมือในการชี้หาวัตถุระเบิด จะพูดให้ฟังดูง่ายๆ ก็บอกว่า “มีดีกว่าไม่มี” แต่หลังจากข่าวนี้ได้ถูกเผยแพร่ไป ก็ไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย  ก็คงต้องติดตามกันต่อไป … 
ที่ผมเกริ่นนำด้วยอุปกรณ์ดาวซิ่ง GT200 ก็จะมาเปรียบเทียบกับระบบเทรดที่หลายๆท่านได้ใช้อยู่ ท่านก็เหมือนกับทหาร ส่วน GT200 ก็เหมือนกับระบบเทรดที่ท่านใช้ ไม่ว่าจะพัฒนาขึ้นมาเอง หรือว่าที่มีอยู่แล้วนำมาผสมผสานกัน เพื่อบอกสัญญาณซื้อ-ขาย (Signal)  ซึ่งระบบดังกล่าวอาจจะบอกถูก 4 ครั้ง จาก 20 ครั้ง ก็ได้ แต่ท่านก็ยังใช้อยู่ดี [...]

ออมก่อนรวยก่อน (ขอบ่นหน่อยเถอะ)

เป็นที่น่าเสียดาย ที่การศึกษาไทย ยังไม่มีวิชาการออม การลงทุน (จะมีบางโรงเรียนเท่านั้น) ผมเองอยากเห็น หลักสูตรการออมการลงทุน รวมถึงการวางแผนทางการเงิน  ถูกบรรจุเป็นวิชาบังคับที่นักศึกษาทุกคนจะต้องเรียน ก่อนที่จะจบการศึกษา เข้าสู่ตลาดแรงงาน มนุษย์เงินเดือน   เพื่อที่น้องๆจะได้รู้จักใช้เงินอย่างระมัดระวัง ไม่สุรุ่ยสุร่าย ไปกับสิ่งล่อตาล่อใจ ต่างๆนานา
การออมง่ายๆ หลักสำคัญคือ การมีวินัยและความอดทน และต้องออมก่อนใช้ ไม่ใช่ ใช้แล้วเหลือค่อยออม  ยิ่งน้องๆที่จบมาใหม่ แทบไม่มีภาระหนี้สินอะไร บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสดก็ยังไม่มี  โดยเกณฑ์มาตรฐาน จะออมประมาณ 10% ของเงินเดือน ถ้าใครมีเงินเหลือหลังจากหักเงินออม 10% จะออมมากกว่า 10% ก็ยิ่งดี ไม่นานน้องๆจะมีเงินออมเพียงพอที่จะจัดสรรเงินออมมาลงทุนได้ในภายหลัง
ที่ผมบ่นๆมา เพราะเด็กสมัยนี้ หันไปทางไหน ก็มีแต่หนี้สิน ทำงานไป ใช้หนี้ไป ไม่มีเงินเก็บ สถาบันการเงินก็โทรมาทวงแล้วทวงอีก จะเอาเวลาที่ไหนมาตั้งใจทำงานให้ได้ดี ก็เพราะที่ผ่านมา ไม่รู้จักออม หรือวางแผนทางการเงินที่ดี  สำหรับคนที่มีหนี้สินเยอะ พยายามอย่านำเงินไปลงทุนหรือเสี่ยงโชคต่างๆ ให้ลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด เร่งชำระหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงๆ 18 -20% ต่อปี เช่นบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล อย่าไปกู้เงินนอกระบบเด็ดขาด
หลังจากท่านปลดหนี้หมดแล้ว ท่านต้องมีเงินออมถือเป็นเงินสดประมาณ [...]

ภาพรวมตลาดหุ้นไทย (27/2/2010)

เริ่มแรก ผมจะพาไปดูการซื้อขายของนักลงทุนในภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าใครซื้อใครขายเท่าไหร่ เพื่อมองภาพตลาด การไหลของเม็ดเงิน

เดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างประเทศ กับสถาบัน ซื้อสุทธิ เป็นภาพในเชิงบวกของตลาด ในสัปดาห์หน้าครับ อีกทั้งประกอบกับตัวเลข P/E ของตลาดอยู่ที่ 16.35 เท่า ยังไม่สูงเกินไปนัก ยังพอมี GAP ให้วิ่งขึ้นไปได้อีกบ้าง หลังจากดูตัวเลขคร่าวๆ มาเจาะดูกราฟ SET ในระยะ day ว่าเป็นอย่างไร

จากกราฟ ระยะ Day SET น่าจะไปต่อ ดู RSI ยังไม่ตัดลง แต่ถ้าดูจากแนวต้าน คงมีแรงเทขายหุ้น แถวๆ 740-750 จุด  เดี๋ยวเราลองถอยออกมาดูกราฟ Week  ว่าบอกอะไรเราได้บ้าง

จากกราฟ Week จะเห็นแนวต้านชัดเจน ที่ Double  Top (ระดับ 740-750 จุด) ยิ่งดูสัญญาณ ADX ลาดลงต่ำ (เส้นสีดำ) แสดงถึงความอ่อนแรงของการขึ้นรอบนี้ ไม่น่าขึ้นได้ไกลนัก หรือขึ้นไปก็น่าจะย่อพักฐานซะหน่อย เพื่อสะสมแรงขึ้นใหม่อีกรอบ
Mr. ONE

ใครจะรู้ไหมว่า เธอ (P/E) เปลี่ยนไป

 

หากท่านสนใจ P/E ของตลาด จากสัปดาห์ก่อน P/E อยู่ที่ระดับ 23 เท่า แต่ ณ วันนี้ (27/2/2010) อยู่ที่ 16.35 เท่า หลังจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศผลประกอบการปี 2009 อาจจะเป็นเหตุผลนึง ที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิ 2-3 วันผ่านมา แล้วถ้า P/E ระดับ 20 เท่า ตลาด SET จะอยู่ที่เท่าใด ก็คำนวณง่ายๆ ก็ประมาณ 84X จุด โอ้ โห จะถึงเหรอพี่…. อันนี้ไม่ทราบครับ แค่เทียบตัวเลขให้เห็นเท่านั้น มีอีกหลายปัจจัยไม่ใช่แค่ P/E อย่างเดียว บางช่วงเวลา P/E ระดับ 10 เท่า แต่คนส่วนใหญ่มองว่าแพง (ราคาหุ้นลง) ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว หรือบางช่วง P/E ระดับ 20 เท่า คนส่วนใหญ่มองว่าถูก [...]

การลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA)

ผมหาข้อมูลการลงทุนแบบ DCA ลองศึกษาดูครับ เป็นอีก 1 วิธีที่ใช้วางแผนการลงทุน
เห็น ดัชนีตลาดหลักทรัพย์บ้านเราปรับตัวขึ้นมาดีๆ อยู่ๆ ก็ตกลงแรง ทำให้คำถามที่อยู่ในใจของผู้จะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ “ซื้อหุ้นตอนนี้ดีไหม” หรือไม่ก็ “ซื้อหุ้นตอนไหนถึงจะได้กำไรดีที่สุด” คำถามข้างต้นดูเหมือนจะเป็นคำถามยอดฮิตเป็นที่สนใจใคร่รู้แก่นักลงทุนทั่วไป แต่คำตอบที่ได้รับมักไม่ค่อยสร้างความกระจ่างให้สักเท่าไร ว่าควรจะซื้อดีหรือไม่ควรจะซื้อดี เพื่อขจัดปัญหาเรื่องจังหวะเวลาในการลงทุน นักวางแผนทางการเงินมักจะแนะนำเทคนิคในการลงทุนแบบหนึ่งคือการลงทุนแบบซื้อ เฉลี่ย หรือ Dollar Cost Averaging (DCA) วิธีการของ DCA คือการแบ่งเงินที่จะลงทุนออกเป็นจำนวนย่อยๆ เท่าๆ กัน และนำไปลงทุนเป็นประจำตามระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างแน่นอนเป็นงวดๆ เช่น ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน โดยไม่ต้องสนใจว่าราคาหุ้นขณะนั้นจะเป็นเท่าไร ด้วยวิธีการนี้ในยามที่ตลาดดี ราคาหุ้นแพง ผู้ลงทุนก็ซื้อหุ้นได้น้อยลง ยามที่ตลาดไม่ดี ด้วยเงินจำนวนเดียวกัน ราคาหุ้นถูก ก็ซื้อหุ้นได้มากขึ้น เป็นการถัวเฉลี่ยต้นทุนในการลงทุนให้ลดน้อยลง
สมมติผู้ลงทุนซื้อกอง ทุนที่ลงทุนตามดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เช่น TDEX โดยแบ่งเงินมาซื้อเดือนละ 1 หมื่นบาท ทุกวันทำการแรกของแต่ละเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 2551 มาเรื่อยๆ จนถึง [...]

มาว่าเรื่อง Trading Plan กันหน่อย (5)

M ตัวสุดท้าย ที่จะพูดถึงในวันนี้ ก็คือ Method ระบบเทรด ที่หลายๆท่านได้สูญเสียเวลาอันมีค่ามากมาย ในการค้นหาหรือพัฒนา เพื่อหาระบบเทรดที่สมบูรณ์แบบ หรือ false signal น้อยที่สุด โดยทั่วๆไป สำหรับมือใหม่ที่สนใจการลงทุนมักให้ความสำคัญกับระบบเทรดมากที่สุด บางท่านใช้เวลาถึง 3 ปี เพื่อหาสูตรต่างๆในการพัฒนาระบบเทรดให้มีประสิทธิภาพที่สุด แทบไม่มี false signal ซึ่งแน่นอน ยังไม่มีใครพัฒนาระบบดังกล่าวได้ เพราะมันไม่มีระบบเทรดที่สมบูรณ์พร้อมทุกสภาวะตลาด
แต่ผมไม่ได้หมายถึงให้ท่านไม่ต้องใช้ระบบเทรด เพียงแต่หาระบบเทรดที่ดูแล้วเข้าใจว่าระบบจะซื้อจะขายเมื่อไหร่ และไม่ซับซ้อน ผูกสูตรกันหลายตลบ แค่เพียงให้มันมีสัญญาณซื้อ สัญญาณขาย ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ควรจะเป็น แล้วที่สำคัญระบบเทรดที่ท่านใช้ ต้องไม่กลับไปแก้สัญญาณที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นอย่างอื่นไป เพราะมีบางอินดิเคเตอร์ วันนี้ส่งสัญญาณซื้อ พอผ่านไป 2 วัน ท่านกลับมาดูกราฟ วันที่บอกว่าส่งสัญญาณซื้อ กลับไม่มีสัญญาณซื้อ ก็มี… เรียกว่าระบบทำการคำนวณค่าใหม่ย้อนหลัง (loop back)
ถ้าท่านหาระบบเทรดไม่ได้ ผมแนะนำลองไปเยี่ยมชม www.chaloke.com ที่นั่นมีหลายระบบให้ท่านเลือกใช้ตามความเหมาะสม
ส่วนตัว ผมใช้แค่ MACD และค่าเฉลี่ย Moving Average 2 [...]

มาว่าเรื่อง Trading Plan กันหน่อย (4)

ติดค้างจากวันก่อน ว่าจะมาพูดถึงเรื่อง Position Sizing หรือจำนวนเงินลงทุนที่เทรดแต่ละครั้ง การกำหนด Position Sizing นั้นต้องสอดคล้องกับเงินลงทุนของท่าน และยังต้องขึ้นกับเงื่อนไขในการกำหนด Stop loss ที่ท่านกำหนด ยิ่งกำหนดขนาด Position เล็กที่สุดที่ท่านยอมรับได้ คือสิ่งที่ดีที่สุด ยอมรับในแง่ผลกำไรและขาดทุนที่จะเกิดขึ้นแต่ละครั้ง
ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติท่านมีเงินลงทุนในหุ้น 1,000,000 บาท ท่านจะแบ่งเงินลงทุนในแต่ละครั้ง เท่าไหร่ บางท่านบอกว่า ก็ครั้งละ 200,000 บาท (เทรดพร้อมกัน 5 ครั้ง) บางท่านก็บอกว่าครั้งละ 100,000 บาท (เทรดพร้อมกันได้ 10 ครั้ง) ถ้าท่านกำหนดให้น้อยๆ เวลาราคาไปผิดทางแล้วชน Stop loss ท่านก็สูญเสียน้อย (แต่ถ้าไปถูกทางท่านก็ได้กำไรน้อยกว่าตามไปด้วย)
แต่สำหรับผม แนะนำให้ท่านกำหนดขนาด Position Sizing ให้เล็กที่สุดที่ท่านยอมรับได้ ยอมรับได้ทั้งกำไรและขาดทุนเมื่อถึงคราว Stop loss เพราะท่านต้องคิดกรณีที่แย่ที่สุดครับ เพื่อท่านจะสบายใจเมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดคิด ไม่กระวนกระวายใจ ว่าเงินลงทุนจะหมด เพราะถ้าท่านยิ่งกระวนกระวายใจ [...]

มาว่าเรื่อง Trading Plan กันหน่อย (3)

ปัญหาของนักลงทุนที่ไม่สามารถ let profit run ได้ก็เนื่องจากความกลัว กลัวว่าหุ้นจะตก แล้วกลับมาขาดทุนอีกรอบ สู้ปิดแบบกำไรดีกว่า ถ้าถามผมว่าผิดไหม ผมก็บอกว่าไม่ผิด บางสภาวะตลาด sideway หรือไม่มีเทรน (no trend) ก็ควรใช้กลยุทธ์นี้ แต่ถ้าตลาดมีเทรนแรงๆ ก็ควรจะปล่อยให้กำไรไปเรื่อยๆ
เทคนิคการ Trading มีวีธีที่ Let profit run และรักษากำไร (protect profit) ไปพร้อมๆกัน โดยใช้หลักการ Trailing Exits บางที่ก็อาจเรียกว่า Trailing Stop ความหมายเหมือนกัน คือจุดออกที่ปรับเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ ถ้าราคาขึ้นไป จุดนี้ก็ขยับขึ้นไป แต่ถ้าลงมา จุดนี้ก็จะอยู่เฉยๆ ถ้าราคาปิดต่ำกว่าจุดดังกล่าวก็ปิด (Exit) เรียกว่าเป็นจุดรักษากำไรไว้ระดับหนึ่ง และ Let profit run ไปพร้อมๆกัน คราวนี้มาดูวีธีการตั้งจุด Trailing Exits กัน โดยส่วนใหญ่จะใช้อยู่ 3 แบบ
1. Percentage [...]

 
© Copyright 2010 investment.in.th | Powered by Confirm Group